2009/Jan/15

สวัสปีใหม่ค่า (ช้าไปแล้วต๋อย) เอนทรี่แรกของปีเลยนะเนี่ย ช่วงนี้ก็เป็นช่วงเล่นเกมระเบิดอีกแล้ว และก็มีเกมที่จะให้เล่นระเบิดอีกแล้ว ต้องหักห้ามใจตัวเองอย่างมากเลยงานนี้

ก่อนจะพูดถึงเรื่องเกม จะขอพูดเรื่องที่คิดช่วงนี้ก่อน แต่เนื่องจากเราเป็นคนปากเสีย หรือจะบอกว่าพูดไม่ค่อยเป็นดี หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ เป็นพวกพูดแล้วบางครั้งอธิบายได้ไม่ดีพอ เพราะฉะนั้น คนที่คิดว่าตัวเองใจกว้างพอที่จะอ่านแล้วไม่มาด่าคนเขียนทีหลังก็ปาดตัวหนังสืออ่านกันนะคะ เรื่องนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของเรา คนที่อ่านคำเตือนนี้แล้วยังอ่าน เราจะไม่รับคำบ่นหรือต่อว่าผู้เขียนเด็ดขาดนะคะ

ช่วงนี้มีเรื่องที่ดูแล้วคิดอะไรหลายๆ อย่างเลย เช่น เกี่ยวกับการเขียนเรื่องต่างๆ บนบล็อค ที่เราคิดก็คือบล็อคเป็นสถานที่ที่เราสามารถเขียนเรื่องที่คิดหรือที่เจอหรืออยากจะบอกเล่าให้คนอื่นๆ ได้อ่านลงในพื้นที่เฉพาะตัวได้ ซึ่งบล็อคเนี่ย ใครๆ ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นจะต้องระวังอะไรหลายๆ อย่าง

คนเราก็มีสไตล์ที่ต่างๆ กันไป อย่างเช่นเราจะเขียนแต่เรื่องเกม หรือลงของที่เล่นกับเพื่อนมาลง พูดง่ายๆ คือผลงานความฟุ้งซ่านที่ออกมาเป็นตัวเป็นตัวเป็นตนนั่นแหละ เพราะฉะนั้น ถ้าเกิดเจอเมนท์ติชมเราก็จะยอมรับด้วยความยินดีว่ามันจะทำให้เราสามารถปรุบปรุงผลงานนั้นได้

แต่ถ้าเกิดเป็นความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องอื่นๆ ล่ะ เราจะทำยังไง ?

ถ้าเกิดมันเป็นบ่นเล็กน้อยหรืออะไรที่โคตรจะไร้สาระ อย่างเช่น ช๊อคที่ซัมมอนไนท์ 2 เครื่อง DS มันตัดเสียงมิโดริคาว่าออก เลยเลิกเล่นมันไปซะเลย ตรูไม่พอใจ หรือ ทำโกรวแลนเซอร์ทำไมมันไม่มีให้จบกับหนุ่มๆ ไปถึงขั้นที่จบกับสาวๆ มั่งฟระอะไรแบบนี้ เราก็คงจะไม่สนใจมัน เขียนลงไปทั้งๆ อย่างนั้นแหละ

ซึ่งในรูปแบบบนี้ ถ้าเกิดมีคนออกมาแก้แทน อย่างเช่นว่า ไม่มีเสียงก็สนุกน้า ลองดูสิ หรือ ถ้าเกิดทำฉากจบแบบนั้นมันคงไม่ผ่านกบว. เราก็ถือว่านั่นเป็นความคิดเห็นอีกมุมหนึ่งซึ่งมีคนอยากจะถ่ายทอดให้เราได้รับรู้

แต่ถ้าเกิดเป็นการบ่นอย่างไม่พอใจหรือต่อว่าอย่างจริงจัง หรือไม่ก็คิดว่าข้อความอาจจะไปกระทบความรู้สึกใครเขาเข้า ก็คงจะทำเตือนไว้ แล้วก็ทำการซ่อนข้อความเท่าที่เทคโนโลยีและความสามารถจะอำนวย แน่นอนว่า คำเตือนก็ต้องมีบอกว่า "นี่เป็นความคิดเห็นส่วนตัว ถ้าเกิดคิดว่าอาจจะรับไม่ได้ก็อย่าอ่านเลย ถ้าไม่ว่ายังไงก็จะอ่านให้ได้ เราก็จะไม่รับคำบ่นใดๆ ทั้งสิ้น"

ซึ่งเราก็เป็นคนเข้าเวบรีวิวของญี่ปุ่นบ่อยๆ เพราะฉะนั้นจึงได้เห็นรูปแบบนี้เป็นประจำ ไม่เว้นแม้แต่ฟิคที่เขาจะเขียนไว้ก่อนว่าเป็นแนวนี้ๆ รับไม่ได้ก็อย่าอ่านเลย 

เขียนกันขนาดนี้แล้ว ถ้าเกิดยังเข้ามาอ่านอีก เราก็ถือว่าคนอ่านต้องเคารพเงื่อนไขที่ลงไป หรือการที่จะลบเม้นท์ที่เข้ามาต่อว่าเนื้อหาที่เขียน มันก็เป็นสิทธิ์พึงมีของคนเขียน

เคยเห็นมีคนพูดว่า "บลอคเป็นที่สาธารณะ ไม่ใช่ที่ส่วนตัว เพราะฉะนั้น จะเขียนอะไรก็ให้ระวังๆ หน่อย" ทั้งที่ก็ขึ้นเตือนแล้วอยู่เหมือนกัน ซึ่งกรณีแบบนี้ เราจะคิดว่า มันไม่เอาแต่ใจตัวเองไปหน่อยเหรอ ถึงจะมีคนอ่านบอกว่า "คุณเขียนไปแล้ว เรามาอ่านแล้วไม่ชอบ คุณต้องรับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองเขียน" และพูดว่า "ว่าถึงจะขึ้นเตือนไว้ แต่คนที่อยากรู้ก็อ่านอยู่ดี มันห้ามกันได้ที่ไหน" เนี่ย เราก็อยากจะบอกเหมือนกันว่า

"คุณคนอ่าน ก็กรุณามีความรับผิดชอบต่อความอยากรู้อยากเห็นของตัวเองด้วย"

หากอ่านแล้วไม่พอใจเนี่ย ก็ควรเก็บเอาไว้ในใจ หรือไม่ก็ไปบ่นกับเพื่อนก็ได้ แต่การที่จะมาเมนท์หรือเมล์เพื่อต่อว่าคนที่เขียนข้อความนั้นๆ เราคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่ควร

ถ้าจะให้ยกตัวอย่างเรื่องของเราเองน่ะนะ ตอนหาคนเขียนบลอคเกี่ยวกับอนิเมอาบิส เคยไปเจอคนที่เขียนบลอคด่าลูคว่าน่าจะตายๆ ไปซะ ให้แอชเป็นพระเอกดีกว่าเนี่ย บอกตามตรง อยากจะกระโดดดรอปคิกตะบันศีรษะคนเขียนมากเลยค่ะ เนื่องจากเราเล่นเกมมาก่อนด้วยล่ะมั้ง เราก็ไม่ได้ว่าลูคไม่ผิดเลยเรื่องแอคเซริวส์หรอกนะ แต่ว่าช่วยคิดหน่อยเถอะว่า เพราะอะไรบ้าง เรื่องมันถึงกลายเป็นแบบนั้น แล้วไม่ว่าจะด้วยเหตุอะไร การที่พูดว่า "เจ้านี่ตายไปซะดีกว่า" นี่ มันเป็นเรื่องโหดร้ายมาก พอคิดดูเราก็เกลียดแวนชิปเป๋ง แต่ยังไม่เคยอยากให้แวนตายเลย อยากให้มาปรับความเข้าใจกันได้มากกว่า ถ้าทำได้นะ หรืออย่างยัยชาร์ลี่ ขนาดนั้นเคยเขียนด่าไปซะหนึ่งเอนทรี่เต็มๆ ก็ยังไม่เคยคิดว่าตายไปซะดีกว่า แต่ช่วยปรับปรุงตัวหน่อยเถอะ หรือถาทำไม่ได้ก็อย่ามายุ่งกับเซเนลเล้ยอะไรแบบนี้.......อ๊ะ ตายละวา ชักออกนอกเรื่อง วกกลับๆ

แต่เราก็ไม่ได้ไปยุ่งอะไรกับบลอคนั้นถึงจะโคตรไม่พอใจอย่างที่สุดถึงขนาดไปบ่นให้เพื่อนฟัง เพราะว่าเราเข้าไปอ่านเองด้วย และอีกหนึ่งก็คือ เพราะเดี๋ยวเขาก็รู้ว่าที่จริงแล้วลูคน่ะน่ารักแค่ไหน ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าหลังจากนั้น บลอคนั้นเป็นยังไงบ้าง เพราะลบไปจากความทรงจำเรียบร้อย

ถ้าเกิดไม่ชอบก็ควรจะไม่เข้าไปยุ่ง หลีกให้ไกล ลืมมันไปซะ ไม่ใช่ตะลุยเข้าไปหามันเอง แล้วก็ไปว่าเขาซะงั้น

คนเราร้อยพ่อพันแม่จะตาย จะให้ชอบเหมือนตัวเองไปซะหมดน่ะ เป็นไปไม่ได้หรอก มีคนชอบก็ต้องมีคนชัง

จากที่เห็นกันอยู่ทั่วไป คนเราน่ะนะ บทจะที่เจอใครด่าอะไรที่ตรงกับความคิดเห็นของตัวเอง ถึงมันจะแรงแค่ไหนก็รับได้อยู่แล้ว แถมดีไม่ดีจะร่วมไปผสมโรงด้วยซะอีก แต่ถ้าเกิดเป็นตรงกันข้ามขึ้นมาล่ะก้อ อย่างดีคือด่าในที่ลับ อย่างร้ายก็คือไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม มาฉะกันเลยดีกว่า หรือไม่ก็หาทางออกมาปกป้องสุดแรง ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาอะไรแบบเนี้ย คนที่มีเหตุผลพอที่จะยอมรับข้อเสียและข้อดีของสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ แม้จะมีอ่านแล้วไม่พอใจกับการเขียนของคนเขียนอยู่บ้างเนี่ย มันหายากพอๆ กับการตอบว่าคำสาปฟาโรห์จะจบเมื่อไหร่ซะอีก

แต่ถ้าเกิดเป็นการเขียนว่า คนนี้ทำแบบนี้ เราคิดว่ามันไม่ดี เพราะแบบนี้ๆ น่าจะทำแบบนี้ๆ  หรือสิ่งนี้มันเป็นแบบนี้เราไม่ชอบเพราะแบบนี้ และคิดแบบนี้ๆ แนวประมาณนี้ เราจะถือว่าเป็นการแสดงความคิดเห็นที่ทำได้ในระดับหนึ่ง

ถ้าเกิดเข้าไปอ่านแล้วคันปากยิบๆ อยากจะเขียนเต็มแก่ ก็น่าจะเขียนข้อดีของสิ่งนั้นๆ มากกว่าที่จะไปด่า หรือเถียงข้างๆ คูๆ หรือเขียนเหมือนกับว่าคนที่เขียนบทความนั้นเป็นคนโง่ เลวทราม หรือมีความผิดบาปที่คิดไม่เหมือนคุณคนอ่าน เพราะมันออกจะเข้าขั้นน้องๆ การประจาน

จากที่พูดมาๆ เนี่ย เริ่มคิดว่า ในบลอคเป็นที่ๆ ใช้แสดงความคิดเห็นได้จริงๆ งั้นหรือ ? ถ้าเกิดต้องมาเจอแบบนี้  

ที่พูดนี่ก็ไม่ได้เข้าข้างคนเขียนหรอกนะคะ ก็มีเจอเหมือนกัน พวกที่คิดว่าบลอคเป็นที่ของตัวเองแล้วจะทำอะไรหรือเขียนอะไรก็ได้ เอามันส์ หยาบคาย ภาษาวิบัติแค่ไหนก็เรื่องของฉัน ไม่พอใจก็อย่าเข้ามาอ่านสิ ฉันพอใจของฉันแบบนี้ ซึ่งเราก็จะสนอง NEED คนเขียนแบบนั้นด้วยการออกทันที หรือไม่เฉียดเข้าใกล้ เนื่องจากไม่รู้จะทำอะไรไปมากกกว่านี้ได้ หรือจะบอกว่าขี้เกียจไปต่อปากต่อคำ เพราะคิดว่าคุยกันไม่รู้เรื่องแน่จากที่ดูๆ แล้ว

อาจจะมีคนคิดว่า ข้าเข้าไม่แน่ ขี้ขลาด หรือว่าชอบหนีก็ตามที่เถอะนะ แต่บางทีเนี่ย เจอไอ้ที่คุยกันไม่รู้เรื่อง หรืออีกฝ่ายคิดแต่จะพูดแต่ภาษาของตัวเองเนี่ย มันเหนื่อยน่ะค่ะ ถ้าทำได้ล่ะก็ อย่าไปยุ่งกับมันเลยดีกว่า นี่เป็นความคิดจากใจเลยเนี่ย ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ค่อยชนกับมันแล้วกัน

แต่ก็อย่างว่านะคนเราคิดไม่เหมือนกันด้วย ภาษาเขียนก็ยากเป็นบ้า บางครั้งต่อให้คิดว่าเขียนดีดูเป็นสุภาพชนเท่าไหร่ หรือมีเหตุผลยังไง บางที อีกคนก็อ่านแล้วอาจจะคิดได้แต่ว่า "มันข่มขู่กันชัดๆ เลยนี่หว่า" เลยก็ได้ 

ปัญหาเรื่องการเขียนบลอกนี่เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก เพราะใครจะเขียนอะไรลงไปก็ได้ถ้าเกิดเขาคิดอยากจะเขียน ซึ่งข้อนี้เราไม่ได้พูดถึงผลลัพธ์ที่จะตามไปหรือกติกามารยาทอะไรทั้งนั้น เพราะบทจะไม่สน คนเรามันก็ไม่สนอยู่แล้วล่ะนะ 

คิดไปคิดมา มันก็วนเวียนไม่จบไม่สิ้นสักที เพราะนี่ไม่ใช่ปัญหาที่เกิดจากตัวเราคนเดียว มันเกิดขึ้นเพราะในโลกนี้มีคนมากมาย จนทำให้มีบางที่จบปัญหาด้วยการปิดบลอค.....ซึ่งคิดว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างน่าเศร้าเหมือนกัน เนื่องจากเห็นที่ๆ มีจุดจบแบบนี้อยู่เยอะ (บางเวบนี่ชอบด้วยเซ็งหลาย)

จนสุดท้าย ข้อสรุปที่ได้คือ ต้องระวังในการเขียนถึงที่สุด หรือไม่ก็ลับสกิลภาษาไทยให้ดี และถ้าขนาดนี้ยังมีปัญหาอีกคือ "ช่างหัวมันเถอะ" (ได้เรอะ !?)

.

.

.

คำเตือน : สปอยล์ไม่บันยะบันยัง สปอยล์ไม่เกรงใจชาวบ้านชาวช่อง สปอยล์อย่างที่เคยสปอยล์ แต่อภิมหาสปอยล์สุดขั้วจะปาดขาวไว้

.

.

.

.

 

เอาล่ะ ต่อไปมาเข้าเรื่องเล่นกันเถอะเย้ๆ ช่วงนี้เล่นหลายเกมมาก ก่อนที่มาหมกมุ่น (ต้องใช้คำว่าหมกมุ่นเลยล่ะ) กับ Summon Night 2 ของ DS

อ๊ะๆ คนที่เคยอ่านเอนทรี่ก่อนๆ คงสงสัยล่ะซี้ ว่าทำไมถึงกลับมาเล่นได้ ก่อนอื่นย้อนความไปไหนดี เอาตั้งแต่แรกเลยแล้วกัน

 

GENSO SUIKODEN TIERKREIS (NDS)

 

คือตอนแรกมันเริ่มจากช่วงปลายปีก่อน ข้าเจ้าได้เล่น Gensou suikoden ภาคเทียไครซ์ที่ลงดีเอส แล้วก็ติดงอมแงม เพราะภาคนี้มันสนุกมากเลยค่ะท่านผู้ชม แถมยังมีเสียงพากษ์ด้วย โอ้ คุณโคนิชิขา (ที่ภาคนี้โดนเรียกว่าอานิคิอีกแล้ว) คุณโอคิอายุขา งานนี้ภาคเด็กค่า ไม่น่าเชื่อ (เสียมารยาท) แล้วยังมีคิชิโอะเป็นซึนเดเร่อีก กรี๊ดดดดด อ๊ะ ลืมตัว คือแบบว่า ไม่ได้สนุกเพราะมีเสียงนะคะ อย่าเพิ่งเข้าใจผิด แต่พอดีระบบอะไรหลายๆ อย่างถูกใจน่ะค่ะ แล้วที่สำคัญที่สุดคือระบบค้าขายสนุกสะใจมากเลยชอบ

คือแบบว่าระบบเกมน่ะชอบอยู่แล้ว แต่ไม่รู้จะบรรยายอะไรดี เพราะฉะนั้น ขอสครีมแต่เรื่องไร้สาระนะค้า นี่คือสิ่งที่เล่นแล้วติดตรึงอยู่ในสมองปลาทองของข้าเจ้า

- หนุ่มหล่อเต็มไปหมดเลยเว้ยชอบ สาวๆ ก็น่ารัก เข้าตี้ทีนึงได้แค่ 4 คนนี่มันตัดสินใจลำบากจริงๆ
- เกนซุยนี่โปรยเนต้าให้เขียนโดเต็มไปหมดเลยเว้ย เจลงี้ โรเบลท์งี้ ริอุเงี้ย อาโทริเงี้ย ดิลค์เงี้ย (ไม่ต้องเดาเลยว่าโดอะไร)
- อนิเมโผล่บ่อยมาก แถมฉากไคลแมกซ์เพียบ โอ้เย้ ดีมาก เยอะขนาดมีที่ไว้ให้ดูอนิเมเลยนะ
- ราชาของจานัม.... ตอนจะไปหากรุณาเตรียมแว่นกันแดด ล้○นแล้วยังขนทองทั้งตู้มาใส่ตัวอีก แสบตาเฟ้ย
ภาคนี้ เปอร์เซ็นต์เผยผิวของผู้หญิง(โดยรวม)ต่ำลง
แต่ผู้ชาย(โดยเฉพาะพวกจานัม)โชว์สุดๆ เป็นประวัติการณ์ อะไรจะเซอร์วิสกันขนาดนี้
- โปปัสน่ารักเป็นบ้า น่ารักจริงๆ น่ารักที่สุดเลย ไม่เคยอยากตามเก็บพวกชื่อเรียงตามตัวอักษรขนาดนี้มาก่อน ฮาระคุโร่ยไชโย !! (เฮ้ย) 

- เจลล่ะก็ เท่ก็เท่ น่ารักก็น่ารัก อะไรก็เอาพระเอกเป็นที่ตั้ง ตัวเองจบคนสุดท้ายแท้ๆ แต่ทำไมถึงพูดว่า "สำเร็จแล้วนะ (ชื่อพระเอก)" ล่ะ อ๊ากกกก จิ้นระเบิด อะไรก็พระเอก พระเอก พระเอก ฉันเห็นด้วยกับพระเอก ฉันเชื่อพระเอก ถ้าพระเอกว่างงั้นฉันก็ว่าตาม
- ประโยคเด็ดคือ "ถ้าทำให้พระเอกทรมานมากไปกว่านี้ล่ะก็ ต่อให้เป็นดิลค์ก็เถอะ....." แถมตอนพระเอกกำลังจิตตกก็คอยอยู่ข้างๆ แบบเงียบๆ แล้วไล่คนอื่นออกไปจนอยู่กันแค่สองคน (ความจริงเป็นเพราะอีกสองตัวมันปากอยู่ไม่สุขเท่านั้นแหละ)  
- แล้วตอนที่พระเอกหายตัวไปแล้วกลับมาก็ออกมารับถึงข้างหน้าเลยค่า ปากบอกว่าไม่เป็นห่วงเพราะรู้ว่าพระเอกต้องกลับมาได้ ระหว่างนั้นก็ช่วยเตรียมการไว้ก่อน แต่พอไปคุยกับคุณแม่ของเจล.... "เด็กคนนั้นน่ะ ปากบอกไม่เป็นห่วง แต่ช่วงที่เธอหายตัวไปก็เดินล้มในที่ที่ไม่มีอะไรบ้าง เดินชนกำแพงบ้าง รินน้ำหกบ้าง วุ่นวายไปหมด" .....1...2.......3.....(กลั้นกรี๊ดสุดชีวิต) เดี๋ยวได้มีตามโดคู่นี้แหง !!
- ยัง !! ยังไม่หมดหรอก !! ยังมีอีก !!! จะว่าไปเจลเป็นคนที่มีหน้าที่คอยกำจัดคนที่มาเกาะแกะพระเอกด้วยนี่นะ อย่างตอนที่เมเบลมาตื๊อพระเอกอย่างเร่าร้อนสุดขีด (+สติแตกไม่หน่อย) คนแรกที่พระเอกขอความช่วยเหลือก็คือเจล !! อ๊ายยยยย แค่นี้ก็เริ่มจิ้นแล้ว แต่เจลเองก็เหมือนกัน แค่บอกว่า "ช่วยทำอะไรสักอย่างทีสิ" เฮียก็บอกว่า "เข้าใจแล้ว" แล้วก็ลากแม่เมเบลออกนอกห้องไปเล้ย กร๊าก มันอดจิ้นไม่ได้นะค้าว่าความจริงแล้วหึง รอโอกาสนี้มานาน คนที่ก็เกาะแกะพระเอกได้มีฉันคนเดียวอะไรแบบนี้ (เลอะเทอะไปใหญ่แล้วหล่อน) ก็ดูสิ ออกจะชอบพระเอกขนาดนี้
- เห็นเจลพระเอกแล้วนึกถึงเรื่อง "โลกนี้ให้นายคนเดียว"
- หลังตอนจบ "เวลาที่เมเบลบุกเข้าหาพระเอก ก็ได้เจลเป็นคนช่วยลากตัวออกไป" .......ใครเป็นคนคิดอันนี้เนี่ย ขอจับมือหน่อยค่ะ แต่ถ้าเกิดเป็นเมเบลบุกเข้าไปแล้วเจอพระเอกกำลังอยู่กับเจลล่ะก็ หึหึหึหึหึฮ่าๆๆๆๆๆๆ (เฮ้ย ใจเย็น)
- คำถามสุดท้าย.... นายอายุ 15 จริงเรอะ ?
 

- โรเบลท์ก็น่าร๊ากน่ารัก ซึนเดเร่บันไซ ตอนแรกก็ซึนๆ ใส่เรา พอตอนหลังมาบอกว่ายอมรับแล้ว เอาเข้าตี้ก็ประมาณว่าช่วยไม่ได้ ไปด้วยให้ก็ได้ แต่ทำไมหน้าตาดูดีใจจังคะ (คิดไปเองน่ะสิ)
- ที่จริงแล้วโรเบลท์เป็นเด็กดีมากเลยนะ โรเบลท์รู้สึกผิดมากที่เรียกคูกะว่าสัตว์ประหลาด เพราะฉะนั้นตอนที่หมู่บานของรูฟีรอโผล่มา ก็เลยขอตามไปด้วยเพื่ออยากขอโทษ โอยน่ารักชิบเป๋ง
- ตอนที่พระเอกกลับมาพอเข้าไปคุยด้วยนะ แหมมีการมาพูดว่า "กลับมาจนได้นะ ไปเดินทอดน่องที่ไหนมา แล้วยังลากเจ้าหญิงไปโดนลูกหลงด้วย สำนึกผิดซะ !! หัวหน้ากองทัพแท้ๆ ทำอะไรน่ะ ! อย่ามาล้อเล่นน่า ! อะไร? หน้ายิ้มอยู่เรอะ ? จะเป็นงั้นไปได้ไงเล่า !!" แหม เล่นยิ้มหน้าบานน่ารักขนาดนั้นจะมีการคิดไปเองได้เหรอค้า รายนี้ไปๆมาๆ ก็เริ่มจะติดพระเอก.....(เฮ้ยๆ)
- มีเขียนในคำอธิบายดาราเอาไว้ว่า "ถึงจะยอมรับและรู้สึกขอบคุณพระเอก แต่ก็มีความรู้สึกเป็นคู่แข่งอยู่ด้วย" ......อื้ม เจ๊ เข้าใจ นั่นเป็นความรู้สึกที่มาจากจิตใต้สำนึกว่าชั้นต้องเป็นเมะสินะ <<< คิดได้นะหล่อน
- และอย่างที่คาดไว้ไม่มีผิด !! pretty boy attack !! เย้ โรเบลท์อยู่ในกลุ่มนี้จริงๆ ด้วย ชาร์มนี่ก็ไม่ผิดคาดเท่าไหร่นะ แต่โยเบลนี่สิ หรือข้าเจ้าจะมองไม่เห็นความพริตตี้ของเขาเอง
- และไม่รู้เหมือนเป็นกฏเหล็กหรืออะไรที่กลุ่มนี้คนใดคนหนึ่ง จะต้องมีมาจับคู่กับเทนไคเซย์หรือพระเอกทุกที สิทธิพิเศษของเทนไคเซย์รึ !! 
- ตอนแรกนึกว่าจะเป็นเทนอันเซย์ซะอีก (ถ้าเล่นภาคหนึ่งท่านอาจจะรู้เหตุผล) กลายเป็นคนอื่นซะนี่ !!
- โรเบลท์อยู่จิเมย์เซย์เรอะ !? เอาอะไรเป็นบรรทัดฐานเนี่ย ก็คนก่อนๆ คือชีน่ากับอาเมเลียนี่นา....
- มีใครรู้มั้ยว่าโรเบลท์นี่คนพากษ์คนเดียวกับไคล์ ?
 

- มาถึงริอุสุดฮิตของหลายๆ คนแล้วแฮะ เป็นคนที่ตอนแรกกลัวว่าเฮียจะมีชะตากรรมเหมืนเท็ดมาก นั่นคือ ไม่ได้เป็นดาราและตายแหงมๆ แต่พอเปิดตัวอย่างเป็นทางการอีก